Laisen's profileAlways feel good...PhotosBlogListsMore Tools Help

Always feel good...

To someone that makes me laugh...makes me impressed

Windows Media Player

January 21

ปริญญาสองใบ

ที่เมืองไทยปีที่แล้วมีข่าวเกรียวกราวมาก
คือมีดาราคนหนึ่งซึ่งมีชื่อดังมาก
เป็นคนดำเนินรายการคนค้นคน
ดร.อภิวัฒน์ วัฒนางกูร นะ มาเรียนที่อเมริกา
เป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิส
 ทำงานทุกอย่างต้องดูดีที่สุดแม้กระทั้งล้างจาน
ล้างเสร็จแล้วแกต้องเอามาดมดู
 ว่าสะอาดจริงมั้ย
กลับไปเมืองไทยก็ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย
 มีแฟนก็จีบดาวมหาวิทยาลัยเลย
ต้องให้ดีที่สุด
 เวลาแกไปเสนองานอะไรต่าง ๆ เขียนไว้สามแผน
แผนที่หนึ่งลูกค้าไม่ซื้อ
 แกเสนอแผนที่สอง
แผนที่สองลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สาม
ใครไปดีลงานกับแกติดทุกราย แกมีบ้าน
มีรถ มีลูก มีภรรยา มีธุรกิจ
มีชื่อเสียงทุกอย่าง แกมีทุกอย่าง
วันหนึ่งแกพักผ่อน
หลังจากที่ทำงานแบบไม่ได้พักเลย ลุกเมียไปขอพบ
บอกไปเจอพ่อที่ออฟฟิต
 วันหนึ่งแกไปพักที่ปากช่อง ตื่นขึ้นมากลางวันล้มฟุ๊บลงไป
ภรรยาพาเข้าโรงบาล ตรวจพบมะเร็ง
พอพบปุ๊บเป็นระยะสุดท้ายเลย จริง ๆ
เค้าก็เตือนตลอด
 แต่พอไม่มีเวลาไปตรวจมันก็แก้ไม่ได้
แกไปนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล
แล้วก็สารภาพให้รายการคนค้นคน บันทึกชีวิตแก
ก่อนจะเสียชีวิต แกก็ไปนอนให้พ่อแม่เช็ดเนื้อเช็ดตัว
แกก็บอกว่าสังเวชตัวเองมากแทนที่ลูกจะได้ดูแลพ่อแม่
กลับมาเป็นว่าพ่อแม่ต้องมาดูแลลูก
ก่อนจะเสียชีวิตแกให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกบอกว่า
พ่อผมเคยบอกว่าเกิดเป็นคนต้องได้ปริญญาสองใบ
ปริญญาใบที่หนึ่ง "ปริญญาวิชาชีพ" เราจะต้องทำมาหากินเป็น กินอิ่ม นอนอุ่น
พูดง่าย ๆ
ล้วงไปในกระเป๋าแล้วมีเงินใช้ อยากจะนอนมีบ้านเป็นของตัวเอง
แค่นี้คือปริญญาวิชาชีพ
แต่"ปริญญาวิชาชีวิต"
ซึ่งเป็นปริญญาใบที่สองที่พ่อแกบอกไว้
แกบอกว่าผมสอบตกโดยสิ้นเชิง
 ผมเป็นดอกเตอร์จากอเมริกาได้ปริญญาวิชาชีพ
แต่ปริญญาวิชาชีวิตสอบตก เพราะอะไร
เพราะทำงานจนป่วยตาย
ก่อนที่จะเสียชีวิตแกได้สารภาพว่าผมได้เตรียมทุกอย่าง
 บ้าน รถ
 มอบมันให้กับลูกและภรรยา
 แต่ในวันที่ผมมีทุกสิ่งทุกอย่าง
ผมกลับลืมมอบหนึ่งอย่างให้กับลูกและภรรยา
สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมลืมและทำให้ผมล้มเจ็บใหญ่ครั้งนี้
สิ่งที่ว่านี้คือผมลืมมอบตัวเองเป็นของขวัญให้กับลูกและเมีย
เพราะทำงานหนักจนกระทั่งป่วยตาย
นี่คือปริญญาวิชาชีวิต
ธรรมะเราจะต้องมี ถ้าเราไม่มีธรรมะ
เราจะกลายเป็นหุ่นยนต์เท่านั้นเอง
ที่ทำงานแทบล้มประดาตายแล้วสุขภาพไม่ดี
ดังนั้นเมื่อเราทุกคนทำงานแล้ว
อย่าลืมชั่วโมงสุขภาพของตัวเองในแต่ละวันนะ
แต่ละวันควรจะมี ให้ดูแลตัวเอง
ดูจิต ดูใจตัวเอง ว่าเราเอ๊ะมันทุกข์
มันทุกข์มากเกินไปรึเปล่า
แบกเรื่องโน้นเรื่องนี้ เกินไปหรือเปล่า
พยายามลดลงในแต่ละวัน ๆ
เพื่อที่ว่าอะไร
เพื่อที่ว่าเราจะได้ปริญญาสองใบในชีวิต
หนึ่งปริญญาวิชาชีพ
เราทำมาหากินจนประสบความสำเร็จร่ำรวยมั่งคั่ง
มีเงินมีทองใช้มีบ้านอยู่
แต่ต้องไม่ลืมปริญญาใบที่สอง
 คือวิชาธรรมะ
สำหรับจะดูแลชีวิตให้ดำเนินอยู่ในทางสายกลาง
ไม่ทุกข์เกินไปไม่เดือนร้อนเกินไป
ทำอะไรให้พอดี พอดีอยู่ดีมีสุข
อยากเที่ยวให้ได้เที่ยว อยากพักให้ได้พัก
อยากทำบุญให้ได้ทำบุญ
ลูกหลานมาหาก็ให้ได้มีเวลากับลูกกับหลานบ้าง
อย่าวิ่งไปจนซ้ายสุด ขวาสุด
 และมารู้สึกตัวอีกทำจนล้มเจ็บใหญ่ไม่ดี เพราะอะไร
เพราะว่าสิ่งสูงค่าทีสุดในชีวิตของเรา
เคยมีคนไปทูลถามพระพุทธเจ้า
ว่าอะไรคือสิ่งสูงค่าที่สุด บางคนก็ตอบเงิน
บางคนก็ตอบเพชร บางคนก็ตอบทอง
 บางคนก็ตอบอำนาจ บางคนก็ตอบราชบัลลังก์
พระพุทธเจ้าบอกไม่ใช่ สิ่งสูงค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอคือสุขภาพและชีวิต
สุขภาพก็คือการที่เราไม่เจ็บไข้ได้ป่วย
 คนที่สุขภาพดีดื่มน้ำธรรมดาก็อร่อยนะ
 
และนี่ก็คือ...ชีวิตของเรา
 
 
 
 
 
มีพี่ที่รู้จักกันเขาส่งมาให้อ่าน...อ่านแล้วรู้สึกว่าใกล้ตัวมากจริงๆ
ยิ่งเราอยู่ในสังคมที่แข่งขันและมีแรงกดดันตลอดเวลา
ทุกคนย่อมมีความคิดว่าต้อง ดีที่สุด อยู่ในหัว
โชคดีที่เราไม่ค่อยอะไรกับคำคำนี้อยู่แล้ว
และโชคดีมากขึ้นอีก ที่เราได้อ่านบทความนี้เป็นเสียงเตือนสติ...ขอบคุณพี่เอ๋นะคะ
และก็อยากให้ทุกคนได้อ่านและได้ข้อคิดจากบทความนี้เช่นกัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
January 04

ปีใหม่กับการเริ่มต้นใหม่ๆ

ใกล้เที่ยงคืนของคืนวันที่ 1 มกราคม เรากำลังนั่งดูการนับถอยหลังในทีวีเพื่อเข้าสู่ปีใหม่
เสียงข้อความเข้ามือถือ ดังต่อเนื่องหลายหน
เราเปิดอ่านขอความที่อวยพรให้เรามีแต่ความสุข สมปราถนา มีสุขภาพที่แข็งแรง
และพบพานแต่สิ่งดีดีในปีหน้า
 
นั่นทำให้เรานึกถึงปีที่แล้ว
 
เราย้อนอ่านข้อความสวัสดีปีใหม่ของปี 50
 
ทุกข้อความก็อวยพรให้เรามีแต่ความสุข สมปราถนา สุขภาพแข็งแรง
และพบแต่สิ่งดีดีเช่นกัน
 
แล้วปีที่กำลังจะผ่านไปของเราเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า
เราเลยมองกลับไป
ปีที่ผ่านมาของเราก็มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกัน
มีหลายอย่างที่เราทำผิดพลาด
หลายสิ่งที่เรามองข้าม
และหลากหลายความทุกข์ที่เราไม่อยากให้มันเกิดขึ้น
 
อีกเพียงไม่กี่นาที ศักราชใหม่กำลังจะเริ่มต้น
ทุกๆคนล้วนหวังให้ในปีหน้า มีอะไรใหม่ๆมาเปลี่ยนแปลงชีวิต
ทุกคนหวังจะได้พบแต่สิ่งดีดี
 
แต่ในความเป็นจริงแล้ว
ขณะนี้ที่เรากำลังนั่งดูทีวีอยู่
อีกหนึ่งนาทีข้างหน้ามันก็ยังคงเป็นอย่างนั้น
เรายังคงต้องเรียนหนักเช่นเดิม
ไปวิ่งที่อ่างศรีตรัง และกินข้าวที่ 108 เช่นเดิม
ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนเลย
 
ในปีหน้า คงมีอีกหลายสิ่งหลายอย่าง
ที่กำลังรอให้เราเข้าไปทำผิดพลาด
รอให้เรามองข้ามอีกครั้ง
และความทุกข์ยังคงปรากฏอยู่ให้เราเข้าไปสัมผัส
 
เพราะชีวิตก็ยังคงเป็นชีวิตอยู่วันยังค่ำ
 
มีทั้งสุขและทุกข์
 
ปีใหม่นี้คงจะไม่มีสิ่งใหม่ๆที่งดงามเกิดขึ้นเป็นแน่
ถ้าเราไม่รู้จักสร้างมันขึ้นด้วยตัวเอง
นั่นคือการมองโลกในแง่บวก
 
เพียงเราเปลี่ยนความคิดของเรา
ไม่ต้องรอคำอวยพรใดใด
หรือไม่ต้องรอปีใหม่ไหนๆ
ทุกๆวันของเราสามารถเป็นปีใหม่ได้
กับการเริ่มต้นใหม่ๆ
 
ปีที่ผ่านมา
ถึงเราจะทำผิดพลาด
แต่เราก็ได้เรียนรู้
ถึงเราจะมองข้ามบางสิ่ง
แต่เราก็เดินย้อนกลับไปหาได้
และถึงเราจะทุกข์
แต่ก็ทำให้เราเข้าใจความสุขที่แท้จริง
 
เสียงโห่ร้องแสดงความดีใจเมื่อขึ้นปีใหม่ดังขึ้นผ่านทีวี
นี่เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้วของวันที 1 มกราคม 2550
 
การเริ่มต้นใหม่ของเราเกิดขึ้นอีกครั้ง
ในปีนี้ของเรา
เราพร้อมแล้วที่จะได้เรียนรู้และเผชิญกับวิถีทางที่เราต้องฝ่าฟัน
 
เพียงแค่เรามองโลกในแง่ดี
และรู้จักมอบสิ่งดีดีให้แก่คนรอบข้าง
ปีใหม่นี้ ก็จะเป็นปีที่ดีเหมือนคำอวยพร
 
สวัสดีปีใหม่ทุกคนค่ะ
 
 
December 26

E-mail ที่หายไป

เมื่อวานไม่มีอะไรทำเลยดูอีเมลที่เราแอดไว้เต็ม msn
ดูไปเรื่อยๆ จำได้บ้าง จำไม่ได้บ้างว่าเป็นของใคร
คนไหนคุยบ่อย คนไหนไม่ค่อยได้คุย
และเมลไหนที่ไม่เคยคุยเลย
แล้วจะแอดมาทำไม...
 
เจอหลายเมลอยู่เหมือนกันที่จำได้ว่าไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว
ไม่รู้เจ้าของอีเมลเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง
อีเมลของบางคน จำได้ว่าตอนอยู่ ม.ต้น คุยกันทุกวัน
แต่เมื่อโตขึ้น ต่างคนต่างมีวิถีทางและภาระของตัวเอง
การติดต่อของเราเลยค่อยๆหายไป
แล้วในที่สุด สายตาของเราก็ไปสะดุดกับอีเมลหนึ่ง
 
birdmanama
 
เราจำได้ทันที ไม่ต้องคิดเลยว่าเป็นเพื่อนคนไหน
แต่เป็นเบิร์ดนั่นเอง เบิร์ด ธเนศ อ่อนสะอาด
หรือพี่เบิร์ด ที่เราชอบเรียกกัน
เมลนี้ เบิร์ดชอบส่งFWD mail มาให้เราบ่อยๆ
ส่งด้วยชื่อที่เห็นแล้วแอบขำทุกทีว่า bird2u
พอจะจำได้ว่าตอนมัธยมเบิร์ดส่งอีเมลบ่อยพอสมควร
แต่เราไม่เคยส่งกลับเลย
ตอนนั้นเราไม่ชอบอ่าน FWD mail
ไม่ชอบส่งเมล
เบิร์ดเลยไม่เคยได้รับเมลจากเราสักฉบับเดียว
 
แต่ตอนนี้
เราเปลี่ยนไปแล้ว
เราชอบอ่าน FWD mail มาก
แล้วก็ชอบส่งด้วย
 
แต่เบิร์ด กลับไม่อยู่ที่จะเปิดอ่าน
 
เราเล่น MSN เห็นเพื่อนตอนมัธยมออนมากมาย
ทั้งม.ต้น  ม.ปลาย
 
เราจำเมลได้เกือบหมด
เอริน ไอขี้ แม็ค ขวัญ  ตอง เตย...ฯลฯ
แต่ไม่เคยเห็นอีเมลของเบิร์ดออนไลน์เลย
 
เบิร์ด...เบิร์ดหายไปไหน
ทำไมชีวิตช่างสั้นนัก
 
เราเห็นเบิร์ดครั้งสุดท้ายเมื่อไรก็จำไม่ได้
จำได้เพียงว่า
ทุกครั้งที่เราเจอกัน เราไม่เคยมีความรู้สึกแย่ๆให้กันเลยสักครั้ง
และนั่นคงเป็นของขวัญชื้นเดียวและชิ้นสุดท้าย
ที่เพื่อนคนหนึ่งอย่างเราจะมอบให้เบิร์ดได้
 
ตอนนี้สายตาเราจับจ้องอยู่ที่อีเมลของเบิร์ด...
ถ้านี่เป็นครั้งแรกที่เราจะส่งอีเมลให้เบิร์ด
เบิร์ดจะรับรู้ได้ไหมนะ
มันไม่ใช่ FWD mail
แต่เป็นเมลที่เราพิมพ์ด้วยตัวเราเอง
 
ถึงแม้มันจะไม่ได้ถูกเปิดอ่านจากคอมพิวเตอร์
และถึงแม้เบิร์ดจะไม่ออนMSN มาคุยกับเราอีก
 
แต่อีเมลของเบิร์ดจะอยู่ในรายชื่อเพื่อนของเราตลอดไปนะ
 
หลับให้สบายนะเบิร์ด...
December 15

อ.เกษม PBL Eng3 และความเคยชิน

PBL เรื่อง นางสาวตุ๊ยตุ่ย หนังตาบวม
 
กลุ่มสามของเราได้อาจารย์เกษมมาเป็นฟาแหละ
ถ้าพูดถึงอาจารย์เกษม นศพ.ที่รู้จักอาจารย์ส่วนมากมักจะนึกถึงอะไร
อันดับแรกคือความใจดี
อันดับสองคือกูเกิ้ล (อาจารย์ตอบได้ทุกเรื่อง)
อันดับสามคือรอบเอว
อันดับสี่คือพิพิธภัณฑ์
และอันดับห้า คือ ประตูห้องทำงานของอาจารย์ที่เปิดรับนักศึกษาทุกเมื่อ
สำหรับเรา นศพ.ที่ไม่เคยเข้าไปถามอาจารย์เลย
และพึ่งได้รู้จักตัวตนของอาจารย์วันนี้ เราขอเพิ่มเติมข้อมูลบางอย่าง
ความอบอุ่น
ความรักลูกศิษย์
ตลาดเกษตร (เคยจะไปหาอาจารย์กับหุย แต่ไปที่ห้องแล้วไม่อยู่ แต่ดันไปเจอที่ตลาดเกษตร อิอิ)
และการปลุกระดมเล็กๆ (คำนี้มนพูดเองนะ)
อ.เกษมบอกว่า
ที่พวกเราเข้าPBL Eng รู้เส้นทางของมันหรือเปล่า
พอขึ้นคลินิก เราก็ไม่ต้องใช้แล้ว
พอจบไป ส่วนมากเขาก็คาดหวังให้เราเป็น Family doctor
น้อยนักที่จะได้ไปต่อนอก
ที่สำคัญ
พีบีแอลอังกฤษ ได้ความรู้ไม่เท่าไทย
 
น้อมรับทุกคำพูดเลยค่ะ
 
แต่...คือที่เราเข้า เพราะเราชอบภาษาอังกฤษเป็นทุนเดิม
และรู้สึกว่าตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยมาไม่ค่อยได้ฝึกพูดเลย
อยู่อิ๊งก็ดี
เราต้องอ่านtext เตรียมสคริปท์
ได้ศัพท์เพิ่มด้วย
เราชอบตรงนี้
รู้สึดีทุกครั้งที่ได้ฟุดฟิดฟอไฟ
 
แต่มาถึงวันที่อ.เกษมมาเป็นฟา
เรากลับพรีเซ้นเป็นไทยทั้งหมด เพราะอาจารย์บอกว่าไม่แคร์ภาษา สนเนื้อหา
บวกกับข้อมูลฟิสิโอของเราโคตะระเยอะ
และเริ่มรู้สึกว่า หลังจากพูดไทยกันเกือบหมดกลุ่ม
เราได้เห็นแววตาที่เข้าใจจริงๆของเพื่อนๆ
ได้พูดอย่างที่อยากคิด และครบถ้วนเนื้อหา
ฟังของเพื่อนเข้าใจเกือบหมด
ถ้าเป็นอิ๊ง คงกระท่อนกระแท่นกับความรู้บ้าง
อีกอย่าง การที่จะฝึกภาษาอังกฤษและอ่านtext ถึงอยู่กลุ่มไทยเราก็ทำได้ ถ้าเราจะทำ
 
ที่สำคัญ อาจารย์เกษมไม่ค่อยเห็นด้วยกับการพีบีแอลเท่าไร
เราได้ความรู้ไม่ครบและไม่แน่นเท่าพวก ศิริราช
แถมต้องทำงานหนักเพิ่ม
การให้คะแนนของฟาก็ไม่ได้ยุติธรรมเสมอไป
 
เราก็เห็นด้วย
เพราะเวลาพีบีแอล แทบจะไม่ได้แตะเล็คเชอร์เลย
เวลาหาก็ต้องหาของตัวเองให้ดีที่สุด จนลืมอ่านของคนอื่น
 
แต่...เราชอบพีบีแอลนะ
ตรงที่ว่า เวลาเราหาคำตอบมาตอบซีนาริโอ้ได้
มันสนุกดี
และรู้สึกว่าได้พยายาม
แต่นั่นแหละ
เราว่าเนื้อหาไม่ครบ และไม่รู้ว่าที่หามา มันถูกจริงๆไหม
 
ทั้งหมดทั้งมวลนี้เราเลยรู้สึกว่าอาจารย์อาจจะอยากปลุกระดมพวกเราให้ออกจากความเคยชิน
ความเคยชินที่ยอมอยู่ใต้หลักสูตรและกฏเกณฑ์ต่างๆ ที่ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด
 
และเราสามารถลุกขึ้นมาที่จะเปลี่ยนแปลงมันได้
 
แต่จะออกจากความเคยชินได้อย่างไรล่ะ
 
ทุกคนคงมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว
 
ก่อนจะจบพีบีแอล
อาจารย์ยิ้มไปกับมุกตลกเล็กๆในกลุ่มของเรา
หัวเราะกับการต่อล้อต่อเถียงของก้องกับยุ่ย
และให้ความรู้น่าสนใจมากมาย
ทำให้เรารูสึกว่าอาจารย์ช่างเป็นหมอและครูที่สมบูรณ์แบบจริงๆ
 
และสุดท้ายอาจารย์ได้ให้คำจำกัดควาต่อprocess ของกลุ่มเราว่า
 
"Excellent"
 
เราในฐานะประธาน ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสำหรับกลุ่มพีบีแอลที่แสนน่ารักในปีนี้
รู้สึกขอบคุณ และปลื้มใจเป็นอย่างมาก
ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ
 
 
(หรือเพราะพวกเราไทยทั้งดุ้นหว่า)-"-
 
 
December 12

รู้จักตน รู้จักคน รู้จักชีวิต

เราทำร้ายตัวเองมาตลอด...
 
วันหยุดสามวันที่ผ่านมา เราได้หลุดไปอยู่บนดินแดนอันไกลโพ้นในอีกโลกหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ที่นั่นเราไม่สามารถไปถึงได้โดยพาหนะใดๆ
มีเพียงหัวใจที่สามารถนำเราไปถึงได้เท่านั้น
เราต้องเดินบนไม้ไผ่ลำเล็กๆ ข้ามกระแสลำธารที่เย็นเฉียบ กว่าจะถึงที่หมาย
เราอยู่โดยปราศจากไฟฟ้า และน้ำประปา
มีเพียงแสงเทียนเล่มน้อยๆ และลำธารตื้นเขินตามธรรมชาติให้เราใช้สอย
เราอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า และนอนหลับตากับความมืดที่ไม่คุ้นเคย
เราได้ฝึกที่จะรับฟังมากกว่าแสดงความคิดเห็น และกล้าที่จะเล่าปัญหาของตัวเอง
ทั้งๆที่เมื่อก่อน แม้แต่คนใกล้ตัว เรายังไม่ค่อยไว้ใจ
เราตาสว่างเมื่อได้รู้ว่าตัวเองไม่ใช่เพียงผู้เดียวที่เผชิญปัญหา
แต่กลับเป็นว่าปัญหาของเราเล็กกระจิดริด เมื่อเรื่องราวของผู้อื่นพรุ่งพรูออกมา
ความคิดที่แตกต่างกลับไม่ใช่เรื่องขัดแย้งเมื่ออยู่ที่นี่
แต่มันคือกระจกสะท้อนตัวเราให้มองเห็นและเข้าใจตัวตนมากยิ่งขึ้น
เราได้เปลี่ยนคนแปลกหน้าเป็นคนที่เราไว้ใจ
พวกเขาได้สร้างความสุขและความอบอุ่นให้เกิดขึ้นในใจของเรา
แล้วเราก็ร้องไห้โดยไร้เหตุผล
ม่านหมอกในใจของเราจางลง
ตาที่เคยมืดบอดกลับค่อยๆเห็นแสงสว่าง
แต่ก่อนเอาแต่โทษคนอื่นว่าคอยทิ่มแทงจิตใจของเรา
ที่คอยทำให้คิดว่าตัวเราไม่มีค่า
มันกลับตาลปัตรโดยสิ้นเชิง
กลายเป็นราเองต่างหากที่ได้ทำร้ายตัวเองตลอดมา...โดยไม่รู้ตัว
 
หมดเวลาแล้วสำหรับสถานที่ที่คอยปลอบประโลมหัวใจแสนบอบช้ำ
แต่ถึงเวลาแล้วเช่นกัน ที่เราต้องก้าวกลับมาสู่ความเป็นจริงด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง
สถานที่แห่งนั้นไม่ใช่ความฝัน
แต่สามวันสองคืนกับค่ายรู้จักตน รู้จักคน รู้จักชีวิต
กับผู้คนที่ทำให้เรารู้สึกยิ่งกว่าประทับใจ
จะไม่เลือนลางไปไหน
ทุกสิ่งทุกอย่างจะตราตรึงในหัวใจและความทรงจำของเรา
ชั่วกาลนาน
 
และเราจะหยุดทำรายตัวเองนับแต่นี้ไป
 
มอบข้อความนี้แด่
น้าเอียด อ.สุนิษา พี่อาร์ม พี่เจริญ น้องเบล น้องหวัน พี่แซม พี่เบิร์ด พี่วัฒน์ พี่หมี พี่ซิลค์ พี่เก้ง พี่ปาล์ม พี่น้อยหน่า พี่นิดหน่อย พี่จอย พี่ฝน พี่เบน พี่แก้ว หุย มน กิ๊ฟลิ่ง นกเอี้ยง น้องป๊อก น้องแชมป์ น้องหมอเดือน คุณป้าและลูกมือที่ทำกับข้าว
 
สุดท้ายก็...
ตัวเราเอง
 

Laisen Bangpan

Occupation
Location
Interests
I love reading ,travelling and watching movie.

Video

 
Photo 1 of 5
by 

ที่ทำก็ทำไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้หวังให้มีใครมาอ่านหรอก

แต่ถ้าใครหลงเข้ามาอ่านแล้วก็คอมเม้นหน่อยน่าจะดีนะ

อืมมม จริงๆก็ไม่ได้หวังว่าจะได้อ่านข้อคิดเห็นของใครหรอก

แต่แหม ถ้าอุตส่าเข้ามาอ่านกันทั้งที ก็ช่วยทำอะไรไว้เป็นที่ระลึกหน่อยสิ

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
หวัดดีค่ะมากินเจด้วยกันนะคะ ^^
ที่เยาวราชของกินเพียบเลยยย
Oct. 5
in-armwrote:
 
   สวัสดีจ้า......
        เรา "ซี" น่ะจ๊ะ  แวะมาทักทายคนคุ้นเคย
        เปิดเทอมแล้วจิ เฮ้อ!!
        พยายามเข้านา ดูแลตัวเองด้วย สู้ๆๆ
May 19
ปีเก่าผ่านไป
ปีใหม่จะถึง
ความทุกข์อย่าคิดถึง
ความสุขจึงปรากฏมี
 
ธรรมสวัสดีครับ
Jan. 4
เผลอเข้ามาอ่านแบบไม่รู้ตัวครับ
อยากมีเวลามาเขียนอะไรแบบนี้
เพราะคิดเรื่องประมาณนี้อยู่
เวลาที่มีก็เอาไปทำอย่างอื่น ( ไม่อยากใช้คำว่า ไม่มีเวลา )
พอดีเข้ามาเจอเนื้อเพลง เลยขอเอาไปใส่ space ตัวเองครับ
ลง cradit ใว้ให้แล้วครับ
ขอบคุณอีกที
Dec. 14
I love you บอกว่ารักแล้วหักอก
ไอโกธรบอกว่ารักไม่อายหมา
กูรักมึงถนอมมึงดังเเก้วตา
ใยมึงว่ามาหาว่ากูทำ

Nov. 30
ของ Don Mclean
No list items have been added yet.
ของ Alan Luo
No list items have been added yet.